
Ultraformer III เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่กลัวเข็มและอยากยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดแก้ม ลดเหนียง พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูแน่นกระชับและช่วยแก้ปัญหาหน้าหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุด จึงกลายเป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมในหมู่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่ต้องการดูแลใบหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น ในบทความนี้ Aura รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนทำ Ultraformer III ว่าช่วยเรื่องอะไรบ้าง เหมาะกับใคร ต้องเตรียมตัวอย่างไร รวมถึงเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Ultraformer, Ulthera และ Thermage เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเลือกทำแบบไหนดีและทำที่ไหนจึงจะเหมาะที่สุด
โปรแกรม Ultraformer III เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสความเข้มสูง หรือ HIFU (High Intensity Focused Ultrasound) โดยผู้ผลิตระบุว่าเป็นเทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกันอย่างแม่นยำ เพื่อดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และความกระชับของผิวหน้า รวมถึงบางบริเวณของร่างกาย โดยไม่ใช่การผ่าตัดดึงหน้า
อีกจุดเด่นของ Ultraformer III คือมีหัวทิปหรือคาร์ทริดจ์หลายระดับความลึก เพื่อให้แพทย์เลือกใช้ตามบริเวณและปัญหาที่ต้องการดูแล ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุความลึกที่พบได้ในระบบ เช่น 1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0 และ 9.0 มิลลิเมตร ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้หลากหลายมากขึ้นตามสภาพผิวของแต่ละคน

โดยทั่วไป โปรแกรม Ultraformer III มักถูกเลือกใช้เพื่อดูแลปัญหาผิวที่ขาดความกระชับและริ้วรอยเล็ก ๆ บนใบหน้า เช่น บริเวณแก้ม กรอบหน้า ใต้คาง รอบดวงตา หรือรอบปาก ทั้งนี้ ผู้ผลิตระบุว่าเครื่องถูกออกแบบให้ใช้กับปัญหาริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และการคอนทัวร์บางบริเวณของร่างกายได้ด้วย แต่อย่างเหมาะสมหรือไม่ควรขึ้นอยู่กับการประเมินโดยแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง
สำหรับหลายคน จุดประสงค์หลักของการทำอาจไม่ใช่การ “เปลี่ยนหน้า” แต่เป็นการดูแลให้ผิวดูแน่นขึ้น กรอบหน้าดูเป็นระเบียบขึ้น และช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูสดชื่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติในระดับที่เหมาะกับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล

“Ultraformer III เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าไม่คมชัด ใต้คางหรือบริเวณลำคอที่ดูไม่กระชับ โดยแพทย์จะประเมินตามปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์แตกต่างกันไปในแต่ละราย”
ส่วนคนที่อาจ ไม่ใช่เคสเหมาะที่สุด คือผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีเนื้อเยอะมาก เพราะผลลัพธ์จากเครื่องยกกระชับอย่างเดียวอาจไม่เด่นเท่าที่คาด และมักต้องให้แพทย์ประเมินว่าเหมาะกับ HIFU/MMFU หรือควรใช้หัตถการอื่นร่วมด้วย



โดยทั่วไป Ultraformer สามารถใช้ได้ในหลายบริเวณ ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง หัวทิปที่ใช้ และการประเมินของแพทย์เป็นสำคัญ
Ultraformer ถูกใช้เพื่อช่วยเรื่องผิวแก้มที่เริ่มคล้อย ความไม่กระชับของใบหน้า และการฟื้นลุคให้ดูสดขึ้น ผู้ผลิตระบุผลที่คาดหวังไว้ในกลุ่ม fine lines and wrinkles, skin laxity, sagging skin และ dull/uneven skin tone รวมถึงระบุว่าใช้ได้กับ full face.
อีกหนึ่งบริเวณยอดนิยมคือกรอบหน้า เพราะการยกกระชับผิวบริเวณแก้มล่างและแนวกรามสามารถช่วยให้ใบหน้าดูได้รูปขึ้น โดยข้อมูลทางการของ Ultraformer ระบุถึง lifting, tightening และ contouring ของใบหน้าอย่างชัดเจน.
บริเวณใต้คางหรือ submental area เป็นจุดที่หลายคนกังวลเรื่องความหย่อนและความไม่คมชัดของกรอบหน้า ใน clinical papers ของผู้ผลิตมีหัวข้อศึกษาที่ระบุถึงการ tightening และ reduction ของ unwanted submental fat โดยตรง.
Ultraformer สามารถใช้ในบริเวณลำคอเพื่อช่วยเรื่องผิวหย่อนและริ้วรอยบริเวณคอได้ โดยมี clinical paper ที่ระบุเรื่องการรักษา neck wrinkles ไว้ชัดเจน.


“Ultraformer คือเครื่องยกกระชับที่ใช้เทคโนโลยี HIFU ดังนั้นความต่างของ Ultraformer กับ HIFU ไม่ได้อยู่ที่เป็นคนละหัตถการ แต่ต่างกันที่ Ultraformer เป็นชื่อเครื่อง ส่วน HIFU เป็นชื่อเทคโนโลยี โดยผลลัพธ์จะขึ้นกับรุ่นเครื่อง หัวทิป ระดับความลึก และการประเมินรักษาเฉพาะบุคคล”
หลายคนค้นหาคำว่า Ultraformer vs HIFU เพราะอยากรู้ว่าแตกต่างกันอย่างไร แต่ในความเป็นจริง Ultraformer คือหนึ่งในเครื่องที่ใช้เทคโนโลยี HIFU ความต่างจึงมักอยู่ที่รายละเอียดของตัวเครื่อง รุ่น หัวทิป ระดับความลึก และการออกแบบการรักษามากกว่า. ผู้ผลิต Ultraformer ระบุว่า Ultraformer MPT มีหลายโหมดพลังงานและคาร์ทริดจ์หลายขนาดสำหรับ full face และ body ขณะที่ Ultraformer III ก็ระบุเรื่อง multi-depth cartridges สำหรับการรักษาแบบ customized เช่นกัน.

ข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่าโดยทั่วไป Ultraformer เป็นหัตถการที่ไม่มี downtime มาก และอาจพบอาการแดง บวมเล็กน้อย ชาชั่วคราว หรือรอยช้ำเล็กน้อยได้ในบางราย ซึ่งควรได้รับคำอธิบายก่อนทำทุกครั้ง.
หากถามว่า Ultraformer ทำจุดไหนได้บ้าง คำตอบคือสามารถทำได้หลายจุด ตั้งแต่ หน้าผาก รอบดวงตา รอบปาก แก้ม กรอบหน้า ใต้คาง ลำคอ ไปจนถึง บางบริเวณของร่างกาย เช่น หน้าท้อง ต้นขา และสีข้าง ทั้งนี้ จุดที่เหมาะสมที่สุดควรประเมินตามปัญหาผิวจริง โครงหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และรุ่นของเครื่องที่คลินิกใช้งานอยู่ เพื่อให้วางแผนการรักษาได้เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด.


